โรคมือ เท้า ปาก มักพบการระบาดในโรงเรียน ชั้นอนุบาลเด็กเล็ก หรือสถานรับเลี้ยงเด็ก โดยโรคดังกล่าวมีระยะฟักตัวประมาณ 1 สัปดาห์ และสามารถติดต่อกันได้โดยที่ยังไม่แสดงอาการ”
จะสังเกตอย่างไร ถ้าลูกมีภาวะโรคมือ เท้า ปาก ในเด็ก และมีอันตรายมากน้อยเพียงใด
“โรคมือ เท้า ปากเป็นโรคติดต่อที่พบบ่อยในเด็กโดยเฉพาะเด็กวัยเรียน โดยมีการระบาดช่วงฤดูฝน สาเหตุจากเชื้อไวรัสกลุ่มเอนเตอโรไวรัส ที่มีอยู่หลายสายพันธุ์ โดยไวรัสค็อกซากี เป็นสายพันธุ์ที่พบได้บ่อย ส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง แต่การระบาดของเชื้อโรคมือ เท้า ปาก ครั้งนี้มีระดับความรุนแรงเพิ่มขึ้น เนื่องจากเชื้อเอนเตอโรไวรัส 71 หรือ อีวี 71 ที่พบก่อโรคในเด็กกลุ่มอายุน้อยลง คือ อายุน้อยกว่า 2 ปี เมื่อได้รับเชื้อจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการรุนแรง มีไข้สูง อาเจียนมาก หายใจหอบ มีภาวะขาดน้ำ ความดันโลหิตต่ำจนช็อก ในกรณีที่มีสมองอักเสบร่วมด้วย มีอาการชักเกร็ง ซึม และเสียชีวิตได้
…โรคมือ เท้า ปาก มักพบการระบาดในโรงเรียน ชั้นอนุบาลเด็กเล็ก หรือสถานรับเลี้ยงเด็ก โดยโรคดังกล่าวมีระยะฟักตัวประมาณ 1 สัปดาห์ และสามารถติดต่อกันได้โดยที่ยังไม่แสดงอาการ โดยเชื้อไวรัสก่อโรคมือเท้า ปาก สามารถแพร่ผ่านทางระบบทางเดินอาหารและการหายใจ และติดต่อโดยตรงจากการสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย และอุจจาระของผู้ป่วย ตลอดจนการติดต่อโดยอ้อมจากการสัมผัสผ่านของเล่น มือผู้เลี้ยงดู น้ำและอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อโรคชนิดนี้
...อาการแสดงออกของโรคมือ เท้า ปาก ในเด็กจะมีอาการไข้ เจ็บปาก น้ำลายไหล กินอาหารได้น้อย เนื่องจากมีแผลที่กระพุ้งแก้มและเพดานปาก มีผื่นเป็นจุดแดงหรือตุ่มน้ำใสที่บริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า รอบก้นและอวัยวะเพศ อาจมีผื่นตามลำตัว แขนและขา อาการดังกล่าวมักมีเกิดขึ้นประมาณ 2-3 วันและดีขึ้นจนหายได้ใน 1 สัปดาห์ โดยส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง
...อย่างไรก็ดี โรค มือเท้าปากโดยทั่วไปไม่น่ากลัว สามารถหายป่วยได้เอง มีเพียงส่วนน้อยที่มีอาการรุนแรง จากเชื้ออีวี 71 ที่ทำให้สมองอักเสบร่วมกับระบบหายใจและระบบไหลเวียนเลือดล้มเหลว และเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว เด็กที่มีอาการรุนแรงมักมีไข้สูง ซึมอ่อนแรง มือสั่น เดินเซ อาเจียนมาก หายใจหอบ และชัก หากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบพาพบแพทย์โดยด่วน”
การรักษาโรคมือ เท้า ปาก ทำได้อย่างไร ควรป้องกันอย่างไรเพื่อให้ลูกห่างไกลจากโรคนี้
“แม้ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคนี้ อีกทั้งโรคมือ เท้า ปาก ยังไม่มียารักษาจำเพาะ แต่สิ่งที่แพทย์ปฏิบัติ คือการรักษาตามอาการ ให้ยาลดไข้ ยาแก้ปวด ยาชาเฉพาะที่ สำหรับแผลในปาก ดื่มน้ำเกลือแร่เพื่อชดเชยภาวะขาดน้ำ เด็กที่มีอาการรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อนจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด
...การป้องกันการแพร่ระบาดของโรคสามารถทำได้โดยแยกผู้ป่วยที่เป็นโรคไม่ให้ไปสัมผัสกับเด็กคนอื่น ผู้ใหญ่ที่ดูแลเด็กควรหมั่นล้างมือ ทำความสะอาดของเล่นและสภาพแวดล้อมทุกวัน เพื่อป้องกันการถ่ายทอดเชื้อไปยังเด็กคนอื่น การทำความสะอาดโดยใช้สบู่ ผงซักฟอกหรือน้ำยาทำความสะอาดทั่วไปสามารถกำจัดเชื้อได้ ควรระมัดระวังความสะอาดของน้ำ อาหารและสิ่งของที่เด็กอาจเอาเข้าปาก ในขณะที่โรงเรียนควรแยกเด็กป่วยให้ลาหยุดอย่างน้อย 5 วันจนหายดีเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อแก่เด็กอื่นๆ และพิจารณาปิดชั้นเรียนที่มีเด็กป่วยเป็นโรคมากกว่า 2 คน และหากมีเด็กป่วยหลายชั้นเรียน ควรปิดโรงเรียนอย่างน้อย 5 วัน พร้อมทำความสะอาดห้องเรียน ห้องน้ำ สระว่ายน้ำ ของเล่น อุปกรณ์รับประทานอาหาร เป็นต้น
...สำหรับผู้ปกครองควรพาบุตรหลานที่ป่วยไปพบแพทย์ ให้การรักษาตามคำแนะนำของแพทย์ และแจ้งโรงเรียนทราบ และให้เด็กหยุดเรียนจนกว่าจะหายอย่างน้อย 5 วัน โดยเด็กที่ติดเชื้อโรคมือ เท้า ปาก สามารถหายได้เอง หากไม่มีอาการแทรกซ้อนเกิดขึ้น”
เด็กวัยไหนที่เสี่ยงต่อเชื้อโรต้าไวรัส ถ้ายังไม่ได้ฉีดจะทำให้เด็กมีอาการอย่างไรบ้าง และต้องระวังเรื่องใดบ้าง ถ้าจะป้องกันให้ลูก
“เมื่อใดที่เด็กมีอาการถ่ายเหลวเป็นน้ำมากถึง 7 – 8 ครั้งต่อวัน พร้อมกับอาเจียนมากถึง 7 – 8 ครั้งต่อวัน และมีไข้ที่อาจสูงถึง 38 องศาเซลเซียส อาจนำไปสู่ภาวะขาดน้ำรุนแรง จนต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อนอนพักรักษาตัว ซึ่งทั้ง 3 อาการที่เกิดขึ้น เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเด็กอาจติดเชื้อไวรัสโรต้า
...ช่วงที่เสี่ยงต่อการเกิดอาการรุนแรงที่สุด คือ วัย 6 เดือน – 2 ปี โดยเด็กอาจติดเชื้อได้หลายครั้ง แต่การเป็นครั้งแรกจะรุนแรงที่สุด โดยเฉพาะในเด็กเล็ก อีกทั้งเชื้อโรต้านี้อยู่ได้ทุกที่ มีชีวิตหลายวัน พบเชื้อได้ตลอดปี เชื้อโรต้าติดต่อได้ง่ายจากการสัมผัสเชื้อที่อาจปนเปื้อนมากับน้ำ อาหาร สิ่งของ ของเล่น เมื่อเด็กนำมือเข้าปาก ก็สามารถติดเชื้อได้แล้ว เชื้อแพร่กระจายเร็ว โดยเฉพาะสถานรับเลี้ยงเด็ก หรือที่ที่มีเด็กมาก เชื้อโรต้ามีความทนทาน ไม่อาจใช้น้ำยาฆ่าเชื้อทำลายได้ และไม่มียารักษาโดยเฉพาะ จึงเป็นเพียงรักษาตามอาการเท่านั้น เช่น ให้น้ำเกลือแร่ ORS ยาแก้อาเจียนและยาลดอาการถ่ายเหลว เพื่อไม่ให้เกิดภาวะขาดน้ำจนเกิดอันตราย
…การให้วัคซีนป้องกันไวรัสโรต้าแก่เด็ก ถือเป็นวิธีป้องกันโรคที่ดีที่สุดในปัจจุบัน สามารถลดความรุนแรงของโรค และลดการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล”
นพ.พรเทพ สวนดอก
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคติดเชื้อ
ขอขอบคุณ โรงพยาบาลกรุงเทพ

.jpg)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น