วันนี้ขอนำบทความในนิตยสารหมอชาวบ้านมาแชร์ค่ะ ดีมากค่ะ ขอนำมาเผยแพร่ เพื่อชื่นชมยินดี และเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการทำความดีแก่ทุกๆคน
ประสบการณ์จากการเยี่ยมโรงพยาบาล ได้มีโอกาสพูดคุยกับแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ มีเรื่องจริงที่งดงามเกิดขึ้นจากการทำงาน จากการทำหน้าที่ของผู้ประกอบวิชาชีพในการรักษาเยียวยาคนไข้ และจากการทำหน้าที่ของมนุษย์ต่อเพื่อนมนุษย์
น้องเบิร์ดในท้องแม่ที่ไม่รู้สึกตัว
คนไข้หญิงคนหนึ่งซ้อนรถจักรยานยนต์ที่สามีเป็นผู้ขับขี่ ถูกรถยนต์ชนได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรง ไม่รู้สึกตัว ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่ห้องไอซียูโรงพยาบาลจังหวัดแห่งหนึ่งใกล้กรุงเทพฯ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา และได้รับการเจาะคอเพื่อใส่ท่อหายใจ
อีก ๓ สัปดาห์ต่อมา คนไข้ได้รับการย้ายออกไปอยู่ตึกศัลยกรรมหญิง คนไข้พอรู้สึกตัว แต่ยังคงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่
คนไข้รายนี้อายุ ๒๔ ปี ขณะเกิดอุบัติเหตุตั้งครรภ์ประมาณ ๒ เดือน เมื่ออยู่โรงพยาบาลได้ ๒-๓ สัปดาห์ สามีก็หายไป ไม่กลับมาเยี่ยมอีกเลย พ่อและแม่ของคนไข้อยู่ต่างจังหวัดทางภาคเหนือ สับเปลี่ยนกันมาเฝ้าครั้งละ ๒-๓ วัน บางช่วงคนไข้ต้องอยู่โรงพยาบาลคนเดียว ไม่มีญาติมาเฝ้า
เวลา ๑ เดือนที่ตึกศัลยกรรมหญิง อาการของคนไข้ยังคงเดิม มีเพียงความรู้สึกที่ตอบสนองต่อความเจ็บปวด ยกมือขึ้นมาปัดได้บ้าง
ส่วนเรื่องเด็กในท้อง เมื่อปรึกษากับพ่อของคนไข้ พ่อยินยอมให้ทำแท้ง แต่หมอที่ดูแลหญิงคนนี้ไม่ทำแท้งให้ "ถ้าตอนหลังแม่เขาดีขึ้นมา จะทำอย่างไร ถ้าไปทำแท้งลูกเขา"
เดือนต่อมาอาการของคนไข้เริ่มดีขึ้น สามารถหายใจได้เองโดยเพียงแต่ให้ออกซิเจน คนไข้เริ่มนั่งได้ เมื่อหมอทัก "ยิ้มหน่อยเร็ว จะหายแล้วนะ" แววตาเธอเหมือนจะรับรู้ แต่ยังไม่แสดงสีหน้าหรือท่าทางใดๆ ที่จะบ่งบอกว่าเข้าใจคำพูด
เวลาผ่านไปเกือบ ๕ เดือน ตอนสายวันหนึ่ง คนไข้มีท่าทางและอาการแสดงที่แปลกๆ กระสับกระส่ายไม่นอนนิ่งเหมือนทุกๆ วัน เมื่อพยาบาลเข้าไปตรวจดูอาการอย่างใกล้ชิด พบว่าหน้าท้องคนไข้แข็งขึ้น เกร็งเป็นช่วงๆ คนไข้มีอาการเจ็บท้องคลอด
พยาบาลจากห้องคลอด ๒ คน มาช่วยทำคลอดที่เตียงคนไข้ คลอดเด็กเพศชาย น้ำหนัก ๑,๖๐๐ กรัม คนไข้ปลอดภัยไม่มีภาวะแทรกซ้อน เด็กชายน้ำหนักน้อย เพราะคลอดก่อนกำหนด จึงได้รับการดูแลรักษาในตู้อบ
หลังจากคลอดลูก ๑ สัปดาห์ พยาบาลอุ้มลูกมาให้คนไข้ เมื่อเห็นหน้าลูก คนไข้แสดงอาการดีใจ ดวงตาพองโต เพ่งมองไปที่เด็กน้อย ป่ายมือทั้ง ๒ ข้างไปมา ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นต่างรู้สึกยินดี และตั้งชื่อให้เด็กน้อยว่า "น้องเบิร์ด"
อีก ๑ เดือนต่อมา คนไข้หายใจได้ดี และไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ เริ่มฝึกยืน เด็กน้อยแข็งแรงขึ้น นำออกจากตู้อบได้ พ่อของคนไข้จึงขอให้ทางโรงพยาบาลส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลจังหวัดที่บ้าน
เมื่อคนไข้กลับไปได้ ๓ สัปดาห์ พยาบาลได้โทรศัพท์ไปเยี่ยม ญาติบอกว่าคนไข้ดีขึ้นมาก ลูกก็แข็งแรงดี หมอที่ดูแลเธอบอกว่าจะเอาท่อที่คอออกให้สัปดาห์หน้า
เดือนต่อมาญาติคนไข้โทร.มาบอกว่า คิดถึงเจ้าหน้าที่ทุกคน เมื่อถามถึงคนไข้ ญาติตอบว่า "ตอนนี้เธอกำลังเต้นแอโรบิกอยู่"
พยาบาลที่รับโทรศัพท์บังเกิดความสุขปีติ เธอรีบบอกเพื่อนๆ ทุกคนมีความรู้สึกเช่นเดียวกัน สำหรับน้องเบิร์ดและแม่ ทั้ง ๒ เป็นมากกว่าคนไข้ แต่เป็นชีวิตเพื่อนมนุษย์ที่แม้ประสบชะตากรรม ยังเป็นชีวิตที่มีความหมายและความหวัง กว่าครึ่งปีที่ทะนุถนอมกันมา คือโอกาสในการทำหน้าที่ที่งดงามและมีคุณค่า
.jpg)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น