29 กุมภาพันธ์ 2555

เคล็ดลับเลี้ยงลูกให้ปลอดภัย ส่ง IQ และ EQ ให้เป็นเลิศ

        ปัจจุบันการเลี้ยงลูกให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ จะต้องประกอบไปด้วยปัจจัยทั้งเรื่องร่างกาย และจิตใจ โดยเฉพาะเรื่องจิตใจ ที่ 2 ส่วนสำคัญได้แก่ IQ และ EQ ต่างเป็นปัจจัยที่คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ให้ความสนใจเป็นพิเศษ IQ เป็นตัวแทนค่าของความฉลาด การมีสติปัญญาที่ดี ในขณะที่ EQ จะเป็นค่าทางด้านอารมณ์ การรู้ และเข้าใจอารมณ์ของตนเองและผู้อื่น การมีทักษะสื่อสารที่ดี ความเห็นใจผู้อื่น ซึ่งทั้ง 2 ส่วนดังกล่าว นอกจากการดูแลที่ดีแล้ว คุณพ่อคุณแม่บางคนอาจมองข้ามพฤติกรรมเสี่ยงบางอย่างที่อาจจะเกิดอันตรายต่อลูกน้อย และส่งผลต่อการพัฒนาสติปัญญาในด้านดังกล่าวได้เช่นกัน



     
 

       ในงาน Bangkok Health Fair 2011 หรือมหกรรมสุขภาพกรุงเทพฯ 2011 ครั้งที่ 3 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ โดยสำนักการแพทย์ ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีโรงพยาบาลในเครือของกรุงเทพมหานคร มากมายที่ได้มาร่วมออกบูธให้บริการตรวจสุขภาพกันฟรีตลอดงาน โดยภายในงานมีการพูดคุยเรื่อง “การเลี้ยงลูกอย่างให้ไรให้ปลอดภัย IQ EQ เป็นเลิศ” กับ รศ.ดร. อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ แพทย์ประจำแผนกกุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งได้นำความรู้หลายเรื่องที่พ่อแม่ไม่ทราบและอาจจะเข้าใจผิดมาขยายข้อข้องใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้กระจ่างกันเลยทีเดียว
       
       รศ.ดร. อดิศักดิ์ กล่าวว่า คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ อาจจะยังไม่มีประสบการณ์มากนัก ในหลายๆพฤติกรรมหรือความเข้าใจที่บอกต่อกันมาอาจจะส่งผลให้เกิดอันตรายต่อลูกได้
       
       “ในทุกช่วงวัย ล้วนแต่อาจจะเกิดอันตรายจากการเลี้ยงดูที่ผิดๆ หรือพฤติกรรมของคุณพ่อคุณแม่ อย่างเช่นเด็กแรกเกิดควรระวังเรื่องการขยับตัวหรือถ้าเด็กยังขยับไม่ได้ต้องระวังเรื่องการนอน ถ้าพ่อแม่ลูกนอนด้วยกัน ต้องระวังมาก อาจจะมีพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งนอนดิ้นไปทับลูก ซึ่งอันตรายมากเพราะเด็กถ้าขาดอากาศแค่ 4 นาทีสมองจะเสียทันที เพราะฉะนั้นพ่อแม่ควรนอนห่างจากลูกอย่างน้อย 1 เมตร


                            
       
       ส่วนเรื่องนอนคว่ำอยากให้ลูกหัวทุยนี้ก็เป็นความเชื่อที่ที่ผิดๆ ต้องให้ลูกนอนหงายเท่านั้นเพราะการ นอนคว่ำจะทำให้ระบบทางเดินหายใจติดขัดส่งผลให้อากาศไปเลี้ยงที่สมองไม่พอมีผลกระทบต่อ IQ EQ อาจจะให้เด็กปัญญาอ่อนหรืออาจเสียชีวิตได้เช่นกัน
     
       คุณหมอบอกกับเราว่า การที่เด็กคนหนึ่งจะเติบโตขึ้นมาเป็นเด็กที่มีสุขภาพจิตดีเป็นทั้งคนเก่ง คนดี และมีความสุขนั้นย่อมขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยหลักคือ 1) สมองและระบบประสาทที่ดี ได้รับสารอาหารเพียงพอ และได้รับการกระตุ้นอย่างเหมาะสม เพื่อเด็กจะได้เติบโตขึ้นมามี IQ ที่ดี 2) การอบรมเลี้ยงดูที่ดี ช่วยสนับสนุนให้เด็กมี EQ ดี และ 3) คือ การเรียนรู้อย่างมีความสุข ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างทั้ง IQ และ EQ ซึ่งในทุกๆ ช่วงวัย

  “เด็กโตขึ้นมาหน่อยรู้เรื่องอะไรได้มากแล้วพ่อแม่มักจะเป็นห่วงเรื่องความฉลาดของลูกมากที่สุด ก็เลยต้องส่งลูกไปเรียนไปฝึก ต้องบอกว่าเด็กความพยายามที่จะสอนอย่างเดียวอาจทำให้เกิดผลเสีย ต้องแสดงความรักลูกด้วย เช่นการกอดและคุยกันบ่อยๆ ให้เขาได้รับความอบอุ่นในครอบครัว เปิดโอกาสให้ลูกแสดงออก อย่าเคร่งครัด ให้เขาได้ทำในสิ่งที่ชอบ  นอกจากนั้นยังรวมถึงสภาพแวดล้อมด้วย การจัดบ้านก็สำคัญมากสำหรับเด็กเล็ก เพราะสามารถเกิดอันตรายได้ทุกเมื่อ ของเล่นเด็กก็สำคัญพวกที่มีสีสันฉูดฉาดพบกว่าร้อยละ 80 ล้วนมีสารตะกั่วสูงมาก และเด็กเล็กมักชอบเอาเข้าปาก   สารตะกั่วเหล่านี้จะเข้าไปทำลายสมองเด็กซึ่งจะส่งผลต่อ IQ และ EQ  ที่พบอาการหนักมาก   อาจทำให้ปัญญาอ่อนได้
 สำหรับเด็กโตขึ้นมาหน่อยก็เริ่มติดเกมส์ ซึ่งส่งผลเสียอย่างมาก แก้ยาก มีปัญหาเยอะพอๆ กับเด็กติดโทรทัศน์ อะไรก็ตามที่วิบวับๆ ในโทรทัศน์มันจะกระตุ้นเด็กในเรื่องของพัฒนาการทำให้เด็กอาจคิดช้าลง อ่านหนังสือก็จะสมาธิสั้น พ่อแม่ต้องควบคุมและดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะเป็นปัญหาที่หากเกิดขึ้นแล้วจะแก้ไขยาก”
     
       รศ.ดร.อดิศักดิ์ ยังได้กล่าวทิ้งท้ายไปยังพ่อแม่ว่า ถ้าเราต้องการให้เด็กเติบโตแข็งแรง IQ และ EQ ดี ต้องอย่าเลี้ยงเขาในสถานที่ที่ไม่ปลอดภัย นอกจากนั้นยังต้องเลี้ยงดูเด็กให้เหมาะสมตามอายุ การฝึกทักษะเขาก็ต้องให้เหมาะกับวัย เช่น อายุ 5 ขวบ สอนว่ายน้ำได้ อายุ 9 ขวบ ดูรถข้ามถนนได้เอง ต้องสอนตามอายุที่เหมาะสมและถูกวิธี เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องเรียนรู้เองอย่างผิดๆ
     
       มาที่ คุณแม่พงษ์ลัดดา สว่างศรี ที่ได้พาลูกชายวัย 5 ขวบ น้องชอว์ - เด็กชายพงศธร สว่างศรี มาร่วมงานด้วย กล่าวว่า การมาร่วมงานครั้งนี้ทำให้เข้าใจ และเป็นการอัพเดทวิธีการเลี้ยงดูลูกได้เป็นอย่างดี ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่หลายๆ คนเข้าใจ และนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง
 “อย่างตัวเองเป็นคุณแม่มือใหม่ ก็ต้องคอยหาข้อมูลมาประกอบการเลี้ยงลูก ส่วนตัวที่สำคัญที่สุดคือจะคอยสอนให้ลูกเรียนรู้ด้วยตนเอง และจะไม่ตามใจลูกมากนัก ถ้าสิ่งไหนที่ลูกชอบทำเป็นพิเศษและมันมีประโยชน์ต่อตัวลูกด้วยก็จะสนับสนุนเต็มที่ อย่างเช่น น้องเขาจะชอบวาดรูประบายสีมาก ก็จะซื้อพวกสมุดวาดภาพมาให้เขาฝึกระบายสีอยู่บ่อยๆ เพราะมันจะช่วยฝึกการจดจำได้ดีจากสีที่เขาระบาย ของเล่นอย่างอื่นก็จะมีให้เล่นเพราะคุณพ่อชอบซื้อให้น้องเขา แต่จะสอนให้เขารู้จักพอด้วย สิ่งไหนมีแล้วและยังใช้ได้ไม่ต้องซื้อมาอีก จะให้เขาเก็บของเล่นของเขาเองให้เป็นสัดส่วน” คุณแม่มือใหม่กล่าว
       
       ถือเป็นเรื่องสำคัญ ที่คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่พึงระวังในยุคที่เต็มไปด้วยปัจจัยเสี่ยงมากมาย ทั้งจากสังคม สิ่งแวดล้อม และจากการเลี้ยงดูที่เราคาดไม่ถึง ซึ่งหากรู้วิธีป้องกัน เชื่อว่าจะเป็นการสร้างเกราะป้องกันลูกน้อย ให้มีภูมิต้านทานต่อสิ่งเร้าต่างๆ ได้ และเติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มเปี่ยมไปด้วยสติปัญญาและความฉลาดทางอารมณ์



2 ความคิดเห็น:

  1. พบเหตุการณ์เศร้ามากๆเลย วันนี้มีเคสที่แม่นอนทับลูกอีกแล้ว เข้าใจว่าไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นหรอก มันเป็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายสำหรับคนที่เป็นแม่มากๆ อาการของน้องก็สาหัสมากๆสมองขาดออกซิเจนไปนานด้วย ขอให้น้องน้อยปลอดภัย หายวันหายคืนด้วยเถิด คุณพระคุ้มครองด้วยค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ขอแสดงความเสียใจกับคุณแม่และคุณพ่อของน้องด้วยนะคะ พวกเราช่วยกันเต็มที่แล้ว แต่น้องเค้าอาการสาหัสมากค่ะ ก่อนถึงมือแพทย์ น้องเค้าขาดออกซิเจนไปนานมากค่ะ น้องจากคุณแม่และคุณพ่อไปแล้วค่ะ หลังเกิดเหตุการณได้เพียง 1 วัน พวกเราขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะ และภาวนาว่าไม่อยากให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกเลยค่ะ ไว้อาลัยแก่ชีวิตน้อยๆด้วยค่ะ

      ลบ