24 ตุลาคม 2555

ดาวน์ซินโดรม


กลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม(Down syndrome) เป็นโรคพันธุกรรมที่เกิดจากความผิดปกติ ของโครโมโซมเป็นสาเหตุของภาวะปัญญาอ่อนในเด็ก โดยสาเหตุที่พบบ่อยเกิดจากโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา 1 โครโมโซม เกิดได้ในการตั้งครรภ์ทั่วไป ไม่จำกัดเชื้อชาติ สังคมและฐานะ หรือแม้แต่อายุมารดา




ลักษณะเด็กกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรมจะมีศีรษะค่อนข้างเล็ก แบน ตาห่าง และเฉียงขึ้น ดั้งจมูกแบน ปากเล็ก ลิ้นมักยื่นออกมา ตัวค่อนข้างเตี้ย มือสั้น นิ้วก้อยโค้งงอ ลายมือมีลักษณะมีเส้นขวางฝ่ามือ (Simian line) อาจมีโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดหรือโรคลำไส้อุดตันตั้งแต่แรกเกิด ปัญหาสำคัญที่สุดของเด็กกลุ่มนี้ คือ ระดับสติปัญญา (IQ) ต่ำกว่าเด็กปกติ หรือปัญญาอ่อน ซึ่งอาจมีความแตกต่างกันหลายระดับ มักจะมีพัฒนาการช้า เด็กจะชันคอ นั่ง ยืน เดิน และพูดได้ช้ากว่าเด็กปกติ ถ้าไม่ได้รับการกระตุ้นที่เหมาะสม เด็กจะไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้




ใครบ้างเสี่ยงต่อการมีลูกเป็นดาวน์ซินโดรม ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ทุกคนมีโอกาสมีลูกเป็นดาวน์ซินโดรม แต่อัตราความเสี่ยงจะสูงหรือต่ำขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น อายุมารดาขณะตั้งครรภ์ ประวัติ เป็นต้น หญิงที่ตั้งครรภ์เมื่ออายุเท่ากับหรือมากกว่า 35 ปี จะมีความเสี่ยงสูงกว่าหญิงตั้งครรภ์ที่อายุน้อย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า หญิงตั้งครรภ์ที่อายุน้อยจะไม่มีโอกาสคลอดลูกเป็นดาวน์ซินโดรม

วิธีการต่างๆ ที่ใช้คัดกรองกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม

1.จากอายุมารดาขณะตั้งครรภ์ หรือประวัติเคยมีบุตรเป็นดาวน์ซินโดรม ความเสี่ยงจะเพิ่มมากขึ้นตามอายุมารดา โดยทั่วไปถือว่าถ้าอายุเกิน 35 ปี ความเสี่ยงต่อการมีลูกมีโครโมโซมผิดปกติมากกว่า 1 ใน 200 คน (1:200) แต่การประเมินความเสี่ยงด้วยอายุมารดาอย่างเดียว มีประสิทธิภาพค่อนข้างต่ำ
2.การตรวจอัลตราซาวด์ เพื่อวัดความหนาของน้ำที่สะสมบริเวณต้นคอทารก (NT:Nuchal Translucency) ขณะอายุครรภ์ 10-14 สัปดาห์ ถ้าหนาผิดปกติก็จะมีความเสี่ยงสูงขึ้น ส่วนการตรวจอัลตราซาวด์ในช่วงอายุครรภ์ 18-20 สัปดาห์อาจจะใช้บอกระดับความเสี่ยงได้บ้าง
3.จากการตรวจเลือดมารดา โดยตรวจหาระดับสารชีวเคมีต่าง ๆ ที่สร้างจากทารก ซึ่งจะสามารถนำมาประเมินได้ว่า หญิงตั้งครรภ์รายใดอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง สามารถตรวจได้ 2 ช่วงอายุครรภ์ คือ ช่วงอายุครรภ์ 10-14 สัปดาห์ และช่วงอายุครรภ์ 15-18 สัปดาห์ เป็นการตรวจสารชีวเคมีคนละชนิด

การตรวจเลือดในหญิงตั้งครรภ์

6 ตุลาคม 2555

น่ารู้! วิธีอุ้มทารก


เกร็ดเรื่องน่ารู้ดีๆ ที่คุณแม่มือใหม่ทั้งหลายไม่ควรมองข้ามกับวิธีอุ้มทารก เพราะทารกแรกเกิดนั้นมักจะมีช่วงคอที่ยังไงไม่แข็งแรงพอฉะนั้นแล้วคุณแม่ยิ่งต้องควรระวังเป็นพิเศษ และ วิธีอุ้มทารก ที่ถูกต้องจึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากถ้าคุณแม่ไม่รู้อาจจะส่งผลอันตรายต่อลูกน้อยที่คุณรักได้ค่ะ

 ถ้าจะบอกว่าการอุ้มทารกนั้นถือเป็นสัมพันธภาพทางกายที่สามารถสื่อสารความรักความผูกพันธ์ระหว่างคุณแม่กับลูกน้อยก็ไม่ผิดค่ะ เพราะการอุ้มสามารถทำให้เจ้าตัวน้อยรับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่อบอุ่นและปลอดภัย แต่การอุ้มทารกก็มีหลายแบบเหมือนกันนะค่ะ เพราะการอุ้มก็มีประโยนช์ที่แตกต่างสำหรับคุณและลูกน้อย วันนี้เราจึงได้นำเอา 4 วิธีอุ้มทารก มาบอกให้คุณแม่ได้รับรู้และทำความเข้าใจกันค่ะ ก็อย่างที่เราบอกว่าการอุ้มนั้นมีประโยชน์และความสำคัญสำหรับคุณแม่และเจ้าตัวน้อยเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นแล้วคุณแม่ทั้งหลายควรจะลองศึกษา วิธีอุ้มทารก ให้ละเอียดรอบคอบ และเราเชื่อว่า 4 วิธีอุ้มทารก ที่เรานำมาบอกให้คุณแม่ทั้งหลายได้รู้กันในวันนี้จะป็นตัวช่วยที่ดีในการเลี้ยงน้องหนูได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ ว่าแล้วเราก็เข้าไปรู้จักกับ 4 วิธีอุ้มทารก อย่าละเอียดกันเลยดีกว่าค่ะ

 




4 วิธีอุ้มทารก

1. อุ้มบริหารกล้ามเนื้อ
ในช่วงแรกเกิดกล้ามเนื้อคอและหลังของลูกยังไม่แข็งแรงการควบคุมศีรษะไม่ดีพอเวลาอุ้มคุณแม่ต้องพยุงศีรษะเอาไว้คอยระวังเรื่องต้นคอและหลังให้มาก แต่ถ้าใช้ท่าอุ้มต่อไปนี้เข้าช่วยก็จะสามารถบริหารกล้ามเนื้อคอลูกน้อยให้แข็งแรงได้

- วิธีอุ้ม : ใช้อุ้งมือด้านถนัดของคุณแม่โดยให้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้กางออกเป็นรูปตัววี ประคองช่วงลำคอของลูกส่วนมืออีกข้างให้สอดใต้ขาของลูกเพื่อประคองก้นเอาไว้


2. อุ้ม (อิ่ม) สบายท้อง
ทุกครั้งที่ลูกดูดนมอิ่มแล้วคุณแม่ควรอุ้มให้ลูกเรอ สักประมาณ 5-10 นาที เพื่อให้ลมออกจากกระเพาะจะช่วยให้ลูกสบายท้องลดปัญหาการแหวะนม ทั้งนี้ 2 วิธีที่นำเสนอคุณแม่สามารถเลือกใช้ตามความถนัดค่ะ

- วิธีอุ้ม : พาดบ่า อุ้มลูกหันหน้าเข้าหาตัวคุณ โดยที่ศีรษะลูกพาดบริเวณช่วงบ่ามืออีกข้างคอยประคองก้นลูกจากนั้นจึงค่อยๆ ลูบหลังลูกเบาๆ ช้าๆ

- วิธีอุ้ม : นั่งตัก อุ้มลูกนั่งบนตักใช้อุ้งมือของคุณประคองช่วงลำคอลูกไว้และใช้มืออีกข้างค่อยๆ ลูบหลังเบาๆ


 3. อุ้มหลับสบาย
ไม่ว่าในอ้อมกอดของคุณรวมถึงบนที่นอนก็ยังต้องมีเทคนิคเรื่องท่าอุ้มเพื่อช่วยให้หลับสบายไม่กวนใจลูก

- วิธีอุ้ม : ท่านอนตะแคง

อุ้มขึ้นให้สอดมือข้างหนึ่งเข้าที่ใต้คอและศีรษะและใช้มืออีกข้างยกกันขึ้นช้าๆ ประคองมาแนบไว้กับลำตัวคุณแม่ วางลงควรโน้มตัวลงมาที่เบาะหรือที่นอนโดยยังอุ้มลูกอยู่ในอ้อมแขน เมื่อวางถึงเบาะจึงค่อยๆ ดึงมือข้างที่ประคองก้นออกมาประคองศีรษะในขณะที่ดึงแขนที่รองศีรษะออก ให้สอดมือข้างหนึ่งเข้าที่ใต้คอและศีรษะและใช้มืออีกข้างยกกันขึ้นช้าๆ ประคองมาแนบไว้กับลำตัวคุณแม่ควรโน้มตัวลงมาที่เบาะหรือที่นอน โดยยังอุ้มลูกอยู่ในอ้อมแขนเมื่อวางถึงเบาะจึงค่อยๆ ดึงมือข้างที่ประคองก้นออกมาประคองศีรษะในขณะที่ดึงแขนที่รองศีรษะออก

- วิธีอุ้ม : ท่านอนหงาย

อุ้มขึ้นใช้มือรองศีรษะและคอลูกไว้ส่วนอีกมือประคองที่ก้น (ลักษณะที่มืออยู่ตรงข้ามกัน) ค่อยๆ อุ้มลูกยกขึ้นมาไว้ใกล้ๆ ตัวคุณ วางลงทำในลักษณะเช่นเดียวกับการอุ้มขึ้นจนกระทั่งลูกถึงที่นอนจึงค่อยๆ ดึงมือออกมา

4. อุ้มปลอบโยน
เป็นหนึ่งในหลายๆ วิธี ต่อการตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานเมื่อลูกต้องการความสนใจจากคุณ เช่น หิว ง่วงนอน ที่สำคัญ ยังช่วยสยบอาการร้องไห้ งอแงของลูกเพราะการอุ้มลูกแนบอก บวกกับน้ำเสียงปลอบโยนของแม่ลูกจะรู้สึกอบอุ่นอารมณ์ดีขึ้น

- วิธีอุ้ม : เหมือนท่าให้นมโดยข้อพับประคองศีรษะและลำตัวแขนของคุณแม่รองรับช่วงหลังของลูกและมืออีกข้างอยู่ตรงบริเวณก้นและต้นขาของลูกอยู่ในแนวเดียวกัน การสัมผัสลูกน้อยด้วยการอุ้มนอกจากเป็นเรื่องความรู้สึกดีๆ ที่ลูกรับรู้จากคุณแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องระวังเป็นพิเศษในการอุ้มลูกก็คือเรื่องความปลอดภัยค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก mother&care ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต